SSD Speed Test รีวิวความเร็วอุปกรณ์เก็บข้อมูล

 
SSD Speed Test รีวิวความเร็วอุปกรณ์เก็บข้อมูล

การทดสอบความเร็ว SSD ด้วย CrystalDiskMark ช่วยให้รู้ว่า SSD ทำงานได้ตามสเปกจริงหรือไม่
ค่าที่ดีควรมี Sequential Read สูงกว่า 500 MB/s สำหรับ SATA และ 3,000 MB/s+ สำหรับ NVMe

Contents hide
1 SSD Speed Test รีวิวความเร็วอุปกรณ์เก็บข้อมูล

SSD คืออะไร และทำไมความเร็วถึงสำคัญ?

 
SSD คืออะไร และทำไมความเร็วถึงสำคัญ

SSD ใช้ชิป Flash Memory แทนจานหมุนของ HDD ทำให้เร็ว เงียบ และทนกว่า ความเร็วส่งผลโดยตรงต่อการบูตเครื่อง เปิดโปรแกรม ตัดต่อวิดีโอ และเล่นเกม แม้ CPU/RAM ดีแค่ไหน SSD ช้า เครื่องก็ยังรู้สึกอืดอยู่

SSD แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก:

  • SATA SSD ความเร็ว ~550 MB/s เหมาะอัปเกรดเครื่องเก่า
  • M.2 (NVMe) Gen 3 ความเร็ว 3,000–3,500 MB/s เหมาะงานทั่วไปถึงตัดต่อ
  • NVMe Gen 4 ความเร็ว 5,000–7,000 MB/s เหมาะงานหนักระดับ Pro
 


ผลต่อการใช้งานจริง:

สถานการณ์ HDD SATA SSD NVMe SSD
บูต Windows 60–90 วิ 20–30 วิ 8–15 วิ
เปิด Photoshop ~25 วิ ~8 วิ ~3 วิ
โหลดเกม AAA 45–90 วิ 15–25 วิ 5–10 วิ


วิธีทดสอบความเร็ว SSD และการอ่านผล

CrystalDiskMark

โปรแกรมฟรี Portable <5MB ใช้ง่ายมาก: เลือก Drive → Test Size 1 GiB → กด All รอ 2–5 นาที

ค่าที่ดีสำหรับ NVMe:

  • SEQ Read 3,000+ MB/s
  • SEQ Write 2,500+ MB/s
  • RND4K Read 400+ MB/s

AS SSD Benchmark

เหมาะสำหรับผู้ต้องการวัด Access Time, Compression และ Copy Benchmark จำลองการใช้งานจริง

Sequential

อ่าน/เขียนไฟล์ใหญ่ต่อเนื่อง → ดูดีสำหรับงานตัดต่อ/Copy ไฟล์

Random IOPS

อ่าน/เขียนไฟล์เล็กสุ่มตำแหน่ง → ดูสำหรับบูตเครื่อง/เปิดโปรแกรม

4 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง:

เปิดโปรแกรมค้างไว้ / รันครั้งเดียวสรุปทันที / Test Size เล็กเกินไป (ใช้ 1 GiB เสมอ) / SSD พื้นที่เหลือน้อยกว่า 20%


มาตรฐานความเร็ว SSD แต่ละระดับ

ประเภท SSD Seq. Read Seq. Write Random Read (IOPS) ประเมิน
HDD 80–160 MB/s 80–120 MB/s ~100 ⚠ ช้ามาก
SATA SSD 500–550 MB/s 450–520 MB/s 90,000–100,000 ✅ ผ่าน
NVMe Gen 3 3,000–3,500 MB/s 2,500–3,000 MB/s 400,000–500,000 ✔ ดีมาก
NVMe Gen 4 5,000–7,000 MB/s 4,500–6,500 800,000–1,000,000+ 🏆 เยี่ยม
ต่ำกว่าสเปก >20% ⚠ ตรวจสอบ


เปรียบเทียบ SATA vs NVMe และการเลือกตาม Use Case


  • SATA SSD เพียงพอสำหรับ Office / ท่องเว็บ / เกม Indie / Streaming

  • NVMe Gen 3 สำหรับเกม AAA / ตัดต่อ HD / งาน Creative

  • NVMe Gen 4 สำหรับตัดต่อ 4K RAW / 3D Rendering / VFX / AI


PCIe Gen 5

ความเร็ว 12,000–14,000 MB/s ราคา 5,000–12,000+ บาท ยังเหมาะเฉพาะกลุ่ม Professional VFX/AI เท่านั้น ราคาและความร้อนยังเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ใช้ทั่วไป


SSD ทำไมถึงช้าลง และวิธีแก้

สาเหตุ ผลกระทบ วิธีแก้
พื้นที่ว่าง < 20% Write ช้าลง 30–80% ลบ/ย้ายไฟล์ รักษาพื้นที่ว่าง 20%+
TRIM ปิดอยู่ ช้าลงสะสมตามเวลา fsutil behavior set DisableDeleteNotify 0
Firmware เก่า (มีบัค) ต่ำกว่าสเปก 20–40% อัปเดตผ่าน Samsung Magician / WD Dashboard
BIOS ผิด Mode NVMe ทำงานแค่ความเร็ว SATA ตั้งค่า M.2 Slot เป็น NVMe/PCIe Mode


วิธีเพิ่มความเร็วทำได้เอง 6 ขั้นตอน:

เช็คพื้นที่ว่าง → เปิด TRIM + Optimize → อัปเดต Firmware → ตรวจ BIOS Mode → ปิด Search Indexing → รัน CrystalDiskMark ตรวจสอบผล


SSD รุ่นแนะนำปี 2025 ตามงบ

งบไม่เกิน 1,000 บาท – SATA SSD


  • Crucial BX500 1TB (~800 บาท) ดีที่สุด: Read 540 / Write 500 MB/s, TBW 220

  • WD Green (~850 บาท): Read สูงสุด 545 MB/s แต่ TBW ต่ำ

  • Kingston A400 (~750 บาท) ถูกสุด แต่ Write ต่ำสุด


งบ 1,000–3,000 บาท — NVMe จุดคุ้มค่า

รุ่น ราคา Seq. Read TBW เหมาะกับ
Crucial P3 ~1,200 บาท 3,500 MB/s 220 TBW อัปเกรดจาก SATA
WD Black SN770 ~1,700 บาท 5,150 MB/s 600 TBW คุ้มค่าสูงสุด
Samsung 970 EVO Plus ~1,800 บาท 3,500 MB/s 600 TBW เสถียร ระยะยาว
Samsung 990 EVO ~2,200 บาท 5,000 MB/s 600 TBW Gen 4 เริ่มต้น


SSD สำหรับเกมและตัดต่อวิดีโอ: ต้องการสเปกแบบไหน?

1.SSD สำหรับเกม

เกมสมัยใหม่โหลด Asset ไฟล์เล็กจำนวนมากจากหลายตำแหน่งพร้อมกัน ค่าที่กำหนดประสบการณ์เล่นเกมจึงเป็น Random IOPS ไม่ใช่ Sequential

สเปกที่ต้องการ ค่าขั้นต่ำ ค่าที่แนะนำ
Sequential Read 500 MB/s+ 3,000 MB/s+
Random Read IOPS 90,000+ 400,000+
ความจุ 512GB 1TB+
ประเภทแนะนำ SATA SSD (งบน้อย) NVMe Gen 3

เกม Indie และเกมเก่า

  • SATA SSD เพียงพอสมบูรณ์ เกม AAA รุ่นใหม่อย่าง Elden Ring, Starfield
  • NVMe Gen 3 ขึ้นไป Loading ลดลงชัดเจน เกมที่ออกแบบสำหรับ PS5/Xbox Series X
  • NVMe Gen 4 จะได้ประโยชน์เต็มที่

2.SSD สำหรับตัดต่อวิดีโอ

งานตัดต่อวิดีโอต้องการ Sequential Read/Write สูง เพราะอ่านเขียน Footage ขนาดใหญ่ต่อเนื่องตลอดเวลา ยิ่งไฟล์ใหญ่และ Frame Rate สูง ยิ่งต้องการ Bandwidth มากขึ้น

ระดับงาน ประเภทไฟล์ Sequential ที่ต้องการ แนะนำ
YouTube / 1080p H.264, H.265 200–500 MB/s SATA SSD
ตัดต่อ 4K ทั่วไป ProRes, H.265 4K 500–1,500 MB/s NVMe Gen 3
ตัดต่อ 4K RAW Sony RAW, Canon RAW 2,000–3,500 MB/s NVMe Gen 3–4
ตัดต่อ 8K / Cinema RED RAW, ARRI Log 3,500 MB/s+ NVMe Gen 4

สิ่งที่ต้องแยกในงานตัดต่อ คือ Project Drive กับ Media Drive ควรใช้คนละไดรฟ์หากทำเป็นไปได้ โดยให้ Media Drive เป็น NVMe ที่มี Sequential สูงๆ และ Project Drive เป็น SSD ที่มี Random Write ดีสำหรับบันทึกไฟล์โปรเจกต์จำนวนมาก


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทดสอบความเร็ว SSD (FAQ)

ทดสอบความเร็ว SSD แล้วได้ค่าต่ำกว่าสเปก ต้องทำอย่างไร?

ก่อนสรุปว่า SSD มีปัญหา ให้ตรวจสอบ 4 จุดนี้ก่อน เพราะส่วนใหญ่แก้ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์

ขั้นตอนที่ 1 – ตรวจสอบวิธีทดสอบก่อนเป็นอันดับแรก

  • Test Size ใช้ 1 GiB หรือเปล่า ถ้าใช้ 16/32 MiB ค่าที่โชว์อาจ Cache ไม่ใช่ NAND จริง
  • ปิดโปรแกรมทุกตัวระหว่างรันทดสอบ เปิด Chrome แค่ 10 แท็บก็ทำให้ค่าตกได้
  • รันทดสอบ ถ้ารอบเดียวให้รัน 2–3 รอบแล้วเปรียบเทียบ

ขั้นตอนที่ 2 – ตรวจสอบ SSD และระบบ

  • พื้นที่ว่างเหลือน้อยกว่า 20% → Write Speed ตกได้ถึง 50–80%
  • TRIM ปิดอยู่ → รัน fsutil behavior query DisableDeleteNotify ถ้าได้ค่า = 1 ให้เปิดทันที
  • BIOS Mode ผิด → NVMe ที่ตั้งค่าเป็น SATA Mode จะได้แค่ ~550 MB/s เท่านั้น
  • Firmware เก่าและมีบัค → อัปเดตผ่านโปรแกรมของผู้ผลิตโดยตรง

ขั้นตอนที่ 3 – ถ้าทำครบแล้วยังต่ำกว่าสเปกเกิน 30%

ให้เปิด CrystalDiskInfo ตรวจสอบ Health Status ถ้าแถบสีเหลืองหรือแดง หรือค่า Reallocated Sectors สูงขึ้น นั่นคือสัญญาณว่า SSD เริ่มเสื่อมสภาพจริงและควรสำรองข้อมูลทันที

NVMe Gen 3 กับ Gen 4 ความเร็วต่างกันเท่าไหร่ คุ้มที่จะอัปเกรดไหม?

ตัวเลขต่างกัน 2 เท่า แต่ความรู้สึกใช้งานจริงต่างกันน้อยกว่านั้นมาก


ความเร็วต่างกันเท่าไหร่

Gen 3 Gen 4 ต่างกัน
Sequential Read 3,000–3,500 MB/s 5,000–7,000 MB/s ~2x
Sequential Write 2,500–3,000 MB/s 4,500–6,500 MB/s ~2x
Random IOPS 400,000–500,000 800,000–1,000,000+ ~2x
ราคา (1TB) 1,200–2,000 บาท 2,000–3,500 บาท สูงกว่า 50–70%


คุ้มไหมที่จะอัปเกรด

คุ้ม ถ้า…

  • สร้างเครื่องใหม่และเมนบอร์ดรองรับ PCIe 4.0 อยู่แล้ว ราคาต่างกันไม่มากเมื่อซื้อพร้อมกัน
  • ตัดต่อ 4K/8K RAW และรู้สึกว่า Gen 3 เป็นคอขวดจริงๆ
  • ทำงาน Data Science หรือ Machine Learning ที่ต้องโหลด Dataset ขนาดใหญ่บ่อย

ยังไม่คุ้ม ถ้า…

  • ใช้งานทั่วไป เล่นเกม หรือตัดต่อ HD เพราะ Gen 3 ยังเกินพอ
  • เมนบอร์ดรองรับแค่ PCIe 3.0 เพราะ Gen 4 จะทำงานได้แค่ความเร็ว Gen 3 อยู่ดี
  • กำลังอัปเกรดจาก Gen 3 โดยเฉพาะ เพราะเงินส่วนต่างลงทุนกับ RAM หรือ CPU คุ้มกว่า

SSD ช้าลงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เกิดจากอะไรได้บ้าง?

SSD ช้าลงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เกิดจากอะไรได้บ้าง

“ไม่มีสาเหตุชัดเจน” ส่วนใหญ่มีสาเหตุอยู่เสมอ แค่ไม่ได้อยู่ในที่ที่คาดไว้

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด

1. พื้นที่ว่างเหลือน้อยกว่า 20% สาเหตุอันดับต้นที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด SSD ต้องการพื้นที่ว่างสำหรับ Garbage Collection และ Wear Leveling ถ้าพื้นที่แน่น Write Speed ตกได้ถึง 50–80% โดยไม่มีสัญญาณเตือน
2. TRIM ปิดอยู่โดยไม่รู้ตัว อาจเกิดหลังติดตั้ง Windows ใหม่หรืออัปเดต OS บางเวอร์ชัน ทำให้ SSD ช้าลงสะสมทุกครั้งที่มีการลบและเขียนไฟล์ใหม่
3. SSD ร้อนเกินไปจน Throttle โดยเฉพาะ NVMe Gen 3–4 ที่ไม่มี Heatsink เมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 70°C ระบบจะลดความเร็วลงอัตโนมัติเพื่อป้องกันความเสียหาย ซึ่งสังเกตได้ชัดในงานที่ต้องอ่านเขียนข้อมูลต่อเนื่องนาน
4. Background Process แย่งใช้ SSD Windows Update, Antivirus Scan หรือ Search Indexing ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ดึง IOPS ออกจากการใช้งานจริงโดยที่ไม่เห็นใน Task Manager ชัดเจน
5. Firmware มีบั๊กที่ยังไม่ได้แก้ บางรุ่นอย่าง Samsung 970 EVO Plus มีประวัติ Write Speed ตกหลังใช้งานช่วงหนึ่ง ซึ่งแก้ได้ด้วย Firmware Update เท่านั้น
6. SSD เริ่มเสื่อมสภาพ ถ้าใช้งานมาหลายปีและ TBW กำลังถึงขีดจำกัดแล้ว ความเร็วจะค่อยๆ ลดลงอย่างถาวร ตรวจสอบได้ด้วย CrystalDiskInfo

pgslot